เงินกู้ เป็นพนักงานต้องการกู้เงิน มีทางเลือกอะไรบ้าง

เงินกู้ เป็นพนักงานต้องการกู้เงิน มีทางเลือกอะไรบ้าง เป็นพนักงานต้องการกู้เงินไปทำธุรกิจมีทางเลือกอะไรบ้าง เชื่อว่าพนักงานประจำหลายๆคนมีความคิดอยากจะเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองกันทั้งนั้น แต่เรื่องเงินทุนก็เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้หลายคนไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดในการมาเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองได้

แต่จริงๆแล้ว ถ้าพนักงานประจำมีการเตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆ การหาแหล่งเงินทุนโดยการกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินในขณะที่เป็นพนักงานประจำนั้น ง่ายกว่าการขอกู้ตอนเป็นเจ้าของกิจการมากนัก แล้วพนักงานประจำจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนไปสมัครสินเชื่อเพื่อมาทำธุรกิจของเราเอง
1.สร้างประวัติเครดิตทีดี จะทำให้การสมัครสินเชื่อครั้งต่อไปง่ายขึ้นเยอะ

เพราะว่าพนักงานประจำนั้น สถาบันการเงินสามารถประเมินรายได้ และความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้แม่นยำ ขอเพียงเรามีประวัติชำระหนี้ที่ดี ก็จะได้รับอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายๆ ดังนั้นขั้นแรกเลย คือการสร้างประวัติเครดิตที่ดีก่อน หรือ คือการมีหนี้! หรือ บัตรเครดิต นั่นเอง เพราะว่าการมีบัตรเครดิต นั้นทำให้เราสร้างประวัติการชำระหนี้ของเราให้เก็บอยู่ในเครดิตบูโรได้ ซึ่งถ้าเรามีประวัติการชำระหนี้ที่ตรงเวลาอย่าต่อเนื่อง ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งสร้างความมั่นใจให้แก่สถาบันการเงินในการอนุมัติวงเงินก้อนใหญ่ได้ง่ายๆ อย่างน้อยคือ 6 เดือน ที่เราควรจะสร้างประวัติการชำระหนี้ขึ้นมา แต่ถ้านานกว่านั้นได้ก็จะยิ่งดี และเมื่อมีหนี้แล้ว สิ่งสำคัญเลยคือต้องชำระหนี้ตรงเวลาด้วย ถ้าเราชำระหนี้ช้า ยิ่งกลายเป็นผลเสียที่ทำให้เราจะไม่ได้อนุมัติสินเชื่อใดๆเลย การชำระหนี้ช้าหมายถึง ชำระหนี้ล่าช้าเกิน 30 วัน เพราะการชำระหนี้ช้าเกิน 30 วัน ข้อมูลจะถูกส่งเก็บไปที่เครดิตบูโรแล้วนั่นเอง รู้แบบนี้แล้วก็อย่าจ่ายหนี้ล่าช้านะ ไม่งั้นความฝันในการเป็นเจ้าของกิจการอาจจะสะดุดลงได้ง่ายๆ ถ้าเรามีประวัติบูโรไม่ดีล่ะ อาจจะทำให้เราสมัครสินเชื่อจากธนาคารไม่ได้ ต้องใช้บริการสินเชื่อประเภทอื่นๆแทน

2.ประเมินวงเงินสินื่อที่ต้องการกู้สำหรับกิจการของเรา ทั้งเงินลงทุนและเงินหมุนเวียน
เราต้องรู้ก่อนว่า ธุรกิจที่เรากำลังจะสร้างนั้น ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ ซึ่งควรจะคิดเผื่อเงินลงทุนที่ต้องใช้ในช่วงแรกเป็นระยะเวลา 1 ปี เพราะ ช่วงการทำธุรกิจ 1 ปี แรกนั้น สถาบันการเงินจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้เพราะมีความเสี่ยงสูงที่ธุรกิจจะไปไม่รอด ดังนั้นเราต้องประเมินวงเงินที่ต้องการเพื่อไปว่าจะต้องทำการขอสินเชื่อวงเงินเท่าไหร่กันแน่ ทั้งงบลงทุนช่วงแรก และ เงินลงทุนหมุนเวียนที่ใช้หมุนในช่วง 1 ปีแรก เช่นค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสินของ เครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆในช่วงเริ่มแรกนั่นเอง

3.ประเมินหลักประกันที่เรามี สำหรับค้ำประกันสินเชื่อของเรา
เพราะสินเชื่อมีหลายประเภท แต่สำหรับพนักงานประจำ อาจจะแยกออกมาเป็น 3 ประเภทตามหลักประกัน คือ 1. บ้าน 2. รถยนต์ 3. ไม่มีหลักประกัน หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจะเรียงลำดับตามมูลค่าหลักประกันและวงเงินที่เราจะได้รับอนุมัติ และระยะเวลาในการอนุมัติ
4.เลือกสินเชื่อที่เหมาะสมสำหรับความต้องการของเรา

เมื่อเรารู้วงเงินที่ต้องการ และ หลักประกันที่เรามี เราก็จะสามารถเลือกสมัครสินเชื่อที่เหมาะสมได้กับความต้องการของเราได้ เริ่มจาก บ้านแลกเงิน จะเหมาะสมสำหรับ ผู้ที่ต้องการวงเงินสูง เพราะมีวงเงินขั้นต่ำที่ 500,000 บาท และเป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยถูกและยังสามารถอนุมัติวงเงินได้สูงที่สุด เพราะสถาบันการเงินปล่อยกู้ได้สูงถึง 90% ของมูลค่าบ้าน ถึงแม้ว่าบ้านของเรายังผ่อนอยู่ ก็จะสามารถรีไฟแนนซ์ทั้งเพื่อช่วยประหยัดดอกเบี้ย และรับเงินก้อนมาลงทุนทำธุรกิจได้อีกด้วย และเลือกที่จะผ่อนได้นานสุด 30 ปี ทำให้ภาระผ่อนนี้ต่อเดือนไม่สูงมากได้อีกด้วย ลำดับถัดมา คือ รถแลกเงิน ถ้าเราผ่อนรถยนต์หมดแล้ว ก็สามารถนำเล่มรถไปค้ำได้เงินกู้สูงถึง 90% ของมูลค่ารถยนต์ของเรา ถ้ายังผ่อนอยู่แต่ผ่อนมาแล้วเกินครึ่งนึงก็จะเริ่มคุ้มในการรีไฟแนนซ์รถยนต์เพื่อรับเงินก้อนใหม่ ถ้าเราไม่มีหลักประกันเลย ก็ยังสามาถเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ได้ ถึงแม้ว่าวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลจะสูงสุดเพียง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ต่อ 1 สถาบันการเงิน ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะสูงที่สุด แต่ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่พนักงานประจำสามารถเลื่อสมัครกู้เพื่อหาเงินก้อนมาสานฝัน ทำธุรกิจของตัวเองได้ เพราะนอกจากจะมีข้อดีที่ความคล่องตัว ไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆแล้ว ยังจะสมัครง่ายและอนุมัติได้เร็วภายใน 1 สัปดาห์ก็ได้รับเงินก้อนมาใช้ได้แล้ว และมีความยืดหยุ่นในการจ่ายคืนเงินกู้ก่อนกำหนด มากกว่าประเภทสินเชื่อบ้านแลกเงิน หรือ รถแลกเงินอีกด้วย